จากข่าวดังกล่าวทำให้เกิดคำถามขึ้นมาทันทีว่าเทคโนโลยีเครื่องจักรในยุคดิจิทัลมีปัญญาประดิษฐ์ (Ai) ช่วยเรียนรู้ คิด วิเคราะห์ และตัดสินใจ ทำให้ขั้นตอนการทำงานเร็วขึ้น การออนไลน์ทำให้การสื่อสารได้เร็วและใช้เวลาน้อยลง งานที่มนุษย์เคยทำก็น้อยลง การลดเวลาในการทำงานของพนักงานให้น้อยลงโดยไม่ลดค่าจ้าง มีส่วนช่วยให้คุณภาพชีวิตของคนในอนาคตดีขึ้นจริงหรือ?

การที่เครื่องจักรทำงานได้เก่งขึ้น มนุษย์ก็ควรที่จะทำงานน้อยลง ขั้นตอนการทำงานหลายอย่างเป็นไปโดยอัตโนมัติ และก็มีหลายอย่างถูกยกเลิกไป ยกตัวอย่างเช่น บริการลานจอดรถที่จะต้องแจกบัตรเข้าออก แต่ในปัจจุบันเราสามารถบันทึกเวลาเข้า หน้าคนขับ และป้ายทะเบียนรถที่ผ่านเข้ามาโดยอัตโนมัติ และทำการบันทึกออกโดยอัตโนมัติเช่นกัน ขั้นตอนการแจกบัตรจอดรถจึงถูกยกเลิกไป ยังมีอีกหลายงานที่ถูกเครื่องจักรเข้ามาแทนที่ จึงทำให้สรุปได้ว่าความฉลาดของเครื่องจักรในยุคดิจิทัลจะช่วยเสริมให้การทำงานของมนุษย์มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดังนั้นเวลาที่ใช้ในการทำงานก็ควรที่จะลดลง

ประเด็นการลดเวลาทำงานของบริษัทไมโครซอฟต์ประเทศญี่ปุ่น ทำให้เห็นว่าเทคโนโลยียุคดิจิทัลช่วยให้มนุษย์ประหยัดเวลาในการทำงาน ลดการใช้ทรัพยากร ลดความเครียด และทำให้พนักงานมีสุขภาพกายและใจที่ดี มีเวลาในการคิดสร้างสรรค์มากขึ้น การวัดประสิทธิภาพการทำงานจะใช้หลักเกณฑ์เดิมๆ ไม่ได้แล้ว เห็นได้ว่าการทำงานแค่ 4 วัน ยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้ถึง 30%

แต่…สิ่งที่ต้องการจะสะท้อนในเรื่องนี้ก็คือเทคโนโลยีดิจิทัลที่เรานำมาใช้ในชีวิตประจำวัน สามารถช่วยให้มนุษย์ทำงานได้เร็วและถูกต้องแม่นยำขึ้น และ การที่พนักงานของบริษัทไมโครซอฟต์ประเทศญี่ปุ่นมีประสิทธิภาพดีขึ้นขนาดนั้น น่าจะมาจากพื้นฐานของคนญี่ปุ่นที่มีควาขยันสูงมากจึงทำให้ได้ผลลัพท์เช่นนั้น แต่ถ้าแนวคิดนี้ถูกนำมาปฏิบัติกับ “คนขี้เกียจ” ก็อาจจะได้ผลลัพท์ตรงกันข้ามก็เป็นได้